13.7.52

วิธีทำให้ชีวิตโล่งและเบาขึ้น

เมื่อเร็วๆนี้ได้เปิดตู้เสื้อผ้าดูเห็นมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้เต็มตู้ไปหมดเคยนึกจะใช้เวลาเลือกเอาสิ่งที่เลิกใช้ไปแล้วไปบริจาคที่ไหนสักแห่งแต่ก็ยังไม่ได้ทำสักที เอาล่ะ...วันนี้เริ่มทำเสียที... ปรากฏว่า รื้อ ค้น ได้เสื้อ กางเกง เสื้อกันหนาวมากมายที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือไม่อยากใช้แล้วนับเป็นร้อยชิ้น เมื่อเอาของออกจากบ้านไปบริจาคแล้วมีความรู้สึกว่าตู้เสื้อผ้าโล่งขึ้น ตัวเองก็เบาลง ใจก็สบายขึ้นอย่างประหลาด รู้แล้วล่ะ สิ่งที่ผมทำไปแล้วนั้นคือ การทำให้ชีวิตโล่งและเบาขึ้นนั่นเอง วันนี้เรามาคุยกันถึงวิธีทำให้ชีวิตเบาขึ้นโล่งขึ้น สบายขึ้นดีไหม? วิธีทำให้ชีวิตโล่ง และ เบาขึ้น เช่น...
1. เก็บของที่ไม่ใช้ เลิกใช้ เอาไปบริจาคให้ผู้เดือดร้อน เช่น เสื้อผ้า รองเท้าเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ อย่าไปเสียดายกับของที่ไม่ใช้แล้วเลย
2. ลดงานที่เครียดๆ ลงบ้าง เช่นงานประชุมที่เอาจริงเอาจังงานที่แข่งขันและหวังผลสูงถ้าเลือกได้ลาออกจากการเป็นกรรมการอะไรต่อมิอะไรเสียบ้างก็ได้บรรยากาศของการประชุมมักจะเครียดเสมอสารความเครียดก็หลั่งตลอดเวลา...รู้ไหม?
3. เลือกไปงานที่สำคัญและควรจะไปเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย 4. อ่านหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารให้น้อยลง โดยเฉพาะข่าวอาชญากรรมหรือข่าวเครียดๆ ที่ซ้ำกันทุกวัน 5. เลิกดูรายการทีวี ที่เครียด หรือรายการข่าวหนักๆ ที่ซ้ำๆ กันทุกวัน เช่นรายการที่มีพิธีกรมานั่งเถียงกัน พูดแข่ง พูดแซวกัน 2-3 คน ดูไปฟังไปแทนที่จะสบายใจกลับเครียดมากขึ้น น่าเบื่อด้วยซ้ำ
6. หัดไปไหนมาไหนคนเดียว เป็นเพื่อนตนเองได้ จะลดขั้นตอนและความยุ่งยากใจ เวลาจะต้องทำอะไรหรือไปไหนได้มากขึ้น
7. อย่ารับปากหรือสัญญา ว่าจะทำอะไรให้ใครๆ ง่ายๆ ด้วยความเกรงใจเลยหัดปฏิเสธให้เป็น
8. อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคนอื่นเลย ทำได้ยากมากจะทำให้เราจมปลักอยู่กับความผิดหวังในตัวคนอื่นและเกลียดชังสังคมรอบตัว พยายามรักคนอื่นและยอมรับเขาตามความเป็นจริงเถิด ถ้ารักไม่ลงก็มองข้ามเขาไป และลดความคาดหวังในตัวเขาลงด้วย เมื่อเวลาผ่านไปเราหันไปมองเขาใหม่ เราจะเข้าใจยอมรับและรักเขาตามความเป็นจริงได้มากขึ้น
9. ลดความบ้างาน บ้าเงิน บ้าอำนาจ บ้าเกียรติยศชื่อเสียงลงบ้าง จะทำให้คุณไม่เครียดกับการเฆี่ยนตัวเองให้ทำงานหนัก และแข่งขันกับคนรอบข้างตลอดเวลา จนลืมสร้างมิตรและไม่เคยพอใจตัวเองเลยไม่ว่าจะได้มามากเท่าไร
10. ถ้าจะรักใครสักคนอย่าหลงรักเขาทั้งหมดของชีวิต และอย่าเข้าไปก้าวก่ายชีวิตเขาด้วย จงคิดเพียงจะอยู่ข้างๆ เขาก็พอแล้วการรักแบบนี้จะทำให้รักกันได้นานๆ
11. ลองแบ่งเวลาวันละ 1 ชั่วโมง ล้างจิตใต้สำนึกที่ไม่ดีออกไปให้หมด ลองทำดูตามที่แนะนำมานะครับ เราจะรู้สึกว่าชีวิตโล่งและเบามากขึ้น เหมือนใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ไม่คับแคบหรือรัดรึง อึดอัด เวลาตัวเองเบาๆ ใจสบายๆ ความคล่องตัวจะมีมากขึ้นจนคุณแปลกใจตัวเอง

11.7.52

ถ่านนาฬิกาความรัก

ถ่านนาฬิกาความรัก


บ่อยครั้งที่ ความรัก ทำให้เราลืมไปในหลายๆ สิ่ง


ลืมว่า...


เราเคยกินข้าวคนเดียว. . . โดยไม่รู้สึกเหงา

เราถือกระเป๋าเองได้. . . โดยไม่รู้สึกหนัก

เคยเดินกลับบ้านคนเดียว. . . โดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก


ยิ่งกับความรัก ที่คบกันเนิ่นนาน

ยิ่งเนิ่นนาน ความผูกพันก็ยิ่งมาก

เมื่อความผูกพันเริ่มมาก ชีวิตเราก็มีแต่ความเคยชิน


เคยชินที่จะกินข้าวกับเขา ดูหนังกับเขา

เดินกลับบ้านกับเขา โดยมีเขาเอื้อมมือมาถือกระเป๋าให้


ความรัก ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงอ่อนแอลงหรอก


แต่ความรัก มักทำให้ผู้หญิงลืมการใช้ชีวิตคนเดียว


ไม่ต่างจากนาฬิกาแขวนผนัง ที่เดินบอกเวลาไปเรื่อยๆ

โดยลืมไปว่าที่นาฬิกาเดินได้นั้น เพราะมีถ่านให้พลังงานอยู่


ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าถ่านจะหมด

เป็นไปได้...พอๆ กับความรักที่เคยมีมาจะหมดลง


ซึ่งถ้าวันที่ถ่านหมดมาถึงจริงๆ

ถึงแม้สองเข็มนาฬิกาจะหยุดเดิน แต่เชื่อไหมว่า...เวลายังเคลื่อนไป

เวลาบนโลกนี้ไม่ได้หยุดเหมือนสองเข็มนาฬิกา

ความรักที่หมดลงแล้วนั้น ก็เช่นกัน


ความรักหมด แต่ไม่ได้หมายความว่า 'ชีวิต' จะหมด

ชีวิตของเรา ยังก้าวเดินต่อไปได้เสมอ


อาจเหงาบ้าง ที่ต้องกลับมากินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว


อาจเจ็บปวดบ้าง ที่เบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคยไม่ปรากฏบนหน้าจอบ่อยๆ อีกแล้ว

แต่เชื่อไหมว่า ก่อนหน้าที่ไม่มีเขา เราก็ยังอยู่อย่างมีความสุขได้



หากชีวิตคือนาฬิกา และ เข็มสองเข็มคือความรัก


มันก็ยังมีโอกาสที่จะใส่ถ่านความรักก้อนใหม่อยู่ทุกเวลา

และเข็มสองเข็มก็ยังมีโอกาสเริ่มเดินต่อไปอีกครั้งหนึ่ง. . .